เฉลิมฉลองและประมวลผลธุรกิจ ที่ยั่งยืนมายาวนานกว่า 30 ปี

Feb 14, 2019

Seventh Generation

โดย Seventh Generation

ที่มาของเรา

เรื่องราวของเราเริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 1988 ด้วยความตั้งใจที่จะสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมในอุดมคติ กลุ่มผู้ประกอบการที่เปี่ยมอุดมการณ์ของเวอร์มอนต์ต่างฝันถึงการก่อตั้งธุรกิจเพื่อสังคม ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมโดยยังคงประสิทธิภาพให้แก่ผู้คนในอเมริกา

จุดเริ่มต้นจากธุรกิจแคตตาล็อกสั่งซื้ออุปกรณ์ประหยัดพลังงาน น้ำและทรัพยากรทางไปรษณีย์ที่เกือบล้มละลาย ได้รับการพัฒนาจนกลายเป็นแบรนด์เพื่อความยั่งยืนชั้นนำที่นำเสนอผลิตภัณฑ์ธรรมชาติและปลอดสารพิษอันล้ำสมัย

ชื่อแบรนด์ของเรา Seventh Generation ได้รับแรงบันดาลใจจากปรัชญาของชนพื้นเมืองชาวอิโรคัวส์ซึ่งเป็นข้อความที่เรียบง่ายและทรงพลัง “ในทุกการตัดสินใจของเรา เราต้องพิจารณาผลกระทบที่จะส่งต่อไปยังลูกหลานเจ็ดรุ่นถัดไปเสมอ"  ผ่านมากว่า 30 ปี ขณะที่ Seventh Generation ขยายธุรกิจไปไกลเกินขอบเขตของสหรัฐอเมริกา ปรัชญานี้ยังคงเป็นแสงสว่างนำทางของเรา

เราประสบความสำเร็จมากแค่ไหน

ประวัติความเป็นมาของแบรนด์ของเราทำให้เรามีความสุขมาก  เราภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้เป็นผู้ก่อตั้ง B Corporation ในปี ค.ศ. 2007 และรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับการจดทะเบียนโดย B-Corp ในฐานะแบรนด์ที่ดีที่สุดสำหรับสิ่งแวดล้อมในช่วงหกปีที่ผ่านมา

เราต่อสู้อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น สร้างบ้านที่ปลอดภัยขึ้น ซึ่งเมื่อไม่นานนี้ก็ผลักดันให้เกิดการผ่านกฎหมายสิทธิในการรู้ของรัฐแคลิฟอร์เนีย (California Right To Know Act)

เรามุ่งมั่นที่จะชดเชยให้โลกใบนี้มากกว่าที่เราได้รับ: ผ่านการมุ่งเน้นไปที่ส่วนผสมจากพืช ไปยังการใช้วัสดุรีไซเคิลมากขึ้นจากทีมงานของเราที่ทุ่มเท 3,000 วันให้แก่การเป็นอาสาสมัครภาษีคาร์บอนในองค์กร ซึ่งบริจาคเป็นเงินกว่า £233,000 แก่การปลูกป่าในเวลาเพียง 2 ปี  ความสำเร็จของเราทำให้เรามีความหวังและขับเคลื่อนก้าวต่อไปของเรา สิ่งเหล่านี้ช่วยตอกย้ำเราว่าเราทุกคนต่างมีส่วนร่วมในเชิงบวกต่อสิ่งที่เราทำเพื่อลูกหลานอีกเจ็ดรุ่นถัดไป

แต่เพียงแค่นี้ยังไม่เพียงพอ

เรามีความภาคภูมิใจอย่างแท้จริงที่ได้สร้างผลกระทบในเชิงบวกอย่างยั่งยืน แต่เราก็รู้ว่ายังมีอีกหลายสิ่งที่เราต้องทำ  ในขณะที่เรามีส่วนทำให้เกิดความก้าวหน้าในหลาย ๆ ด้าน เรายังไม่ได้ลบล้างความเสียหายอย่างแท้จริง  โลกที่สวยงามและมหัศจรรย์ซึ่งเราใช้ชีวิตอยู่นี้กำลังถูกเอาเปรียบโดยพวกเราทุกคนซึ่งเป็นผู้อาศัย  พวกเราต่างแบกรับความผิดร่วมกันในการเพิ่มภาระให้กับโลกของเราแทนที่จะบรรเทาลง  ที่ Seventh Generation เป้าหมายของเราคือการช่วยส่งเสริมโลกให้ดีขึ้นกว่าตอนที่เราเริ่มอาศัย แต่เราต้องยอมรับว่า ณ เวลานี้ เรายังไม่อาจเอาชนะการต่อสู้อันยิ่งใหญ่นี้

เราจะพัฒนาไปข้างหน้าอย่างไร

เราจะยังคงต่อสู้เพื่อปกป้องสภาพภูมิอากาศของเรา เอาชนะด้วยพืชไม่ใช่น้ำมันปิโตรเลียม ไม่สร้างขยะ และจัดหาวัตถุดิบอย่างยั่งยืน (และมาตรการอื่น ๆ อีกมาก) 

แต่เราวางแผนที่จะขยายใหญ่ขึ้น กล้าหาญขึ้น และรวดเร็วมากขึ้น

ในปี ค.ศ. 2016 เราได้ตัดสินใจครั้งสำคัญและขายบริษัทให้ Unilever  เราลงชื่อเพื่อเข้าร่วมในแผนการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน Sustainable Living Plan ของ Unilever และวิสัยทัศน์ที่จะทำให้การพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นแนวปฏิบัติทั่วไป  การเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจที่นำโดยพันธกิจระดับโลกทำให้เราสามารถขยายแบรนด์ของเราไปไกลกว่าสหรัฐอเมริกา เพื่อรักษาสุขภาพของลูกหลานเจ็ดรุ่นถัดไปทั่วโลก

ในปี ค.ศ. 2017 เราเปิดตัวคณะกรรมการภารกิจทางสังคมของเราเพื่อทำหน้าที่เร่งรัดเป้าหมายทางสังคมและสิ่งแวดล้อม

  คณะกรรมการซึ่งมีผู้นำด้านความยั่งยืนที่ทรงพลังและมุ่งมั่นนี้ประกอบด้วยผู้ร่วมก่อตั้งของเรา Jeffrey Hollender, อดีต CEO ของเรา John Replogle, CEO ของ Ceres Mindy Lubber และ CEO ของ Ben & Jerry's Jostein Solheim

การจัดแคมเปญในสหราชอาณาจักร

ในปี ค.ศ. 2017 เราเริ่มการต่อสู้สำหรับลูกหลานเจ็ดรุ่นถัดไปในสหราชอาณาจักร  เวลากว่าสามทศวรรษนั้นช่างยาวนานในการรอคอย แต่ตอนนี้เราได้มาถึงที่นี่ และเราวางแผนจะชดเชยเวลาที่เสียไป

เราจะใช้กิจกรรมอันมุ่งมั่นของเราเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลักดันสหราชอาณาจักรให้ปฏิบัติตามข้อตกลงปารีสประจำปี ค.ศ. 2015 เพื่อลดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิให้ต่ำกว่า 2 องศาเซลเซียส เหนือระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม (1.5 องศาเซลเซียสคือเป้าหมายที่แท้จริง) และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2050 เพื่อบรรลุการนี้

เช่นเดียวกับอีกหลายล้านคนทั่วโลก เราได้ดูสารคดี Blue Planet II ในฤดูใบไม้ร่วงปี ค.ศ. 2017 และได้เห็นฉากทำร้ายจิตใจของการทำลายล้างและความทุกข์ทรมานของสัตว์ทะเลจากวงเวียนการผลิต บริโภคและทิ้งขยะพลาสติกของมนุษย์  เราจะพยายามให้มากขึ้นเพื่อต่อสู้กับมลพิษจากพลาสติกนี้

  เราจะยืนหยัดเพื่อตอบสนองคำขอร้องของเซอร์ เดวิด แอทเทนเบอระ เพื่อ ""กำจัดพลาสติกจากชีวิต""

   เรากำลังทำงานร่วมกับ UK Plastics Pact และมุ่งเน้นไปที่เป้าหมายการลดขยะให้เป็นศูนย์ เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ของเราย่อยสลายได้หรือรีไซเคิลได้ 100% ภายในปี ค.ศ. 2020

เป็นผู้สร้างความเปลี่ยนแปลง

ถ้าเราสามารถเปลี่ยนอดีตได้ เราก็จะทำ  เราได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง แต่มันยังไม่เพียงพอ  เราหวังว่าคุณจะยังอ่านข้อความนี้อยู่ เพราะเช่นเดียวกับเรา คุณเล็งเห็นความสำคัญ  เราขอเชิญคุณมาร่วมกับเรา เพื่อสนับสนุนเราและท้าทายเรา เพื่อให้เราสามารถช่วยกันยับยั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและมลพิษจากพลาสติกและอื่น ๆ อีกมาก การรวมพลังต่อสู้เท่านั้นจึงจะช่วยให้เรารักษาโลกนี้ให้แก่ลูกหลานเจ็ดรุ่นถัดไป

ในแต่ละปี B Lab จะเผยแพร่รายชื่อบริษัทที่ผลงานดีซึ่งผ่านการยอมรับ Certified B Corps ในแต่ละหัวข้อและโดยรวม แยกตามขนาด ในรายชื่อที่ดีที่สุดต่อโลกประจำปี Seventh Generation ได้รับรางวัลผู้พิทักษ์สิ่งแวดล้อมที่ดีที่สุดทุกปีตั้งแต่ปี ค.ศ. 2013 ถึงปี ค.ศ. 2018 ii Beale, C. (2017) 'เดวิด แอทเทนเบอระ กล่าวว่าทั้งโลกต้องร่วมมือเดี๋ยวนี้ในการกำจัดพลาสติกหลังได้เห็นผลกระทบจากการถ่ายทำสารคดี Blue Planet II', เดอะ อินดีเพนเดนต์ ฉบับวันที่ 15 ตุลาคม (ออนไลน์) อ่านได้ที่ https://www.indrants.co.uk/environment/david-attenborough-plastic-ocean-sea-blue-planet-pollution-microplastic-a8001641.html (เข้าถึง 16 ตุลาคม 2561)

อ่านเพิ่มเติม
0 product(s)

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พันธกิจของเรา

ภารกิจของ Seventh Generation คือ การรักษาสิ่งแวดล้อม ในส่วนของ พลาสติกรีไซเคิลและ ขยะรีไซเคิล

Read more »